• Home
  • About us
  • Courses
  • Apply to
  • Tuition fee and welfare
  • Payment
  • Success
  • Gallery
  • Contact us
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 4
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 55
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 2,238,637
10 วิธีลดอาการอยากของหวาน สำหรับลดความอ้วน
[28 มิถุนายน 2560 14:13 น.]จำนวนผู้เข้าชม 1363 คน

10 วิธีลดอาการอยากของหวาน สำหรับลดความอ้วน
กฎข้อแรกๆ ของการลดความอ้วนที่ใครๆ ต่างก็ทราบดี คือการลดการทานของหวาน ศัตรูตัวฉกาจของร่างกายที่ความอร่อยสวนทางกับประโยชน์ที่ได้รับ หากเราเผลอตัวเผลอในทานเข้าไปมากๆ นอกจากมันจะลงมากองอยู่ที่พุง ต้นขา ต้นแขน แล้ว ยังก่อให้เกิดโรคอีกมากมาย เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เส้นเลือดอุดตัน และอื่นๆ อีกมากมาย

เพราะฉะนั้น ถ้าใครรู้ตัวว่าชอบของหวานมากจนไม่สามารถหักห้ามใจได้ มาอ่านเคล็ดลับช่วยลดความอยากของหวานกันเถอะ ท่องไว้ว่า ถูกปากแต่อาจไม่ถูกใจ แต่เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น เราต้องทำ!

 

  1. ลดหรือเลิกกาเฟอีน ซึ่งมีผลต่อระดับน้ำในเลือด และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณอยากกินของหวาน
     
  2. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน บางครั้งการอยากกินหวานเป็นสัญญาณหนึ่งที่บอกว่า ร่างกายกำลังขาดน้ำ ให้ลองดื่มน้ำเปล่าสักแก้ว (อาจผสมน้ำมะนาวสด หรือน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลประมาณ 1 ช้อนชา) แล้วรอสักครู่ เพื่อดูว่ายังอยากกินของหวานอยู่หรือไม่ นอกจากนี้การดื่มน้ำสะอาดปริมาณเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ ยังช่วยลำไส้กำจัดแบคทีเรียชนิดไม่ดีออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
     
  3. กินผักที่มีรสหวานเป็นประจำ เช่น หัวหอม แครอท ฟักทอง มันหวาน แม้กระทั่งหัวไชเท้า เมื่อต้มในน้ำซุปยังมีรสหวาน การกินผักที่มีรสหวานเป็นประจำจะช่วยลดความอยากของหวานได้
     
  4. หลีกเลี่ยงอาหารผ่านกรรมวิธี อาหารที่มีสารเคมี และน้ำตาลสูง รวมถึงสารให้ความหวานแทนน้ำตาลอื่นๆ ด้วย
     
  5. เพิ่มความกระฉับกระเฉงให้ร่างกายด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ อาจเริ่มด้วยกิจกรรมง่ายๆ เช่น เดิน หรือฝึกโยคะ เริ่มต้นในระยะเวลาสั้นๆ เช่น 15 นาที แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มเวลา การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยรักษาสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด และเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า จึงมีส่วนช่วยลดการกินของหวานเพื่อคลายเครียด


    exerciseiStock

     
  6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และรู้จักผ่อนคลาย คนส่วนใหญ่มักใช้น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานที่เร่งด่วน โดยเฉพาะในยามที่รู้สึกเครียด อ่อนล้า หรือขาดพลังงานทั้งร่างกาย และจิตใจ ดังนั้นหากคุณเป็นคนติดหวาน ให้ลองถามตัวเองว่าอดนอน หรือมีความเครียดหรือไม่
     
  7. พิจารณาปริมาณเนื้อสัตว์ที่ทานอยู่เป็นประจำ การทานเนื้อสัตว์มากเกินไป หรือน้อยเกินไป ทำให้เกิดการอยากของหวานได้ หมั่นสังเกต และปรับหาปริมาณที่สมดุล
     
  8. ควรเลิกกินผลิตภัณฑ์จำพวกปราศจากไขมัน หรือไขมันต่ำ เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักมีปริมาณน้ำตาลสูง เพื่อทดแทนรสชาติ และไขมันที่หายไป
     
  9. ลองใช้เครื่องเทศต่างๆ ในการปรุงอาหาร เครื่องเทศบางชนิด เช่น อบเชย ลูกจันทน์เทศ ลูกกระวาน หรือการพลู ช่วยทำให้อาหารมีรสหวานขึ้นโดยธรรมชาติ
     
  10. ฝึกใช้ชีวิตให้ช้าลง และเติมความหวานในชีวิตด้วยสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร ลองพิจารณาดูด้านต่างๆ ของชีวิตว่าคุณรู้สึกเติมเต็ม หรือขาดหายไปไหม เมื่อชีวิตคุณหวานชื่นขึ้น อาการอยากของหวานจะหายไป

 

ข้อสุดท้ายนี้น่าสนใจ ต้องลองพิจารณาตัวเองดีๆ ว่าเราอยากของหวาน เพราะชีวิตของเราขาดความสุข ความหวานชื่น ความสดใสกระปรี้กระเปร่าในชีวิตหรือเปล่า อย่างเพื่อนๆ รอบตัวของเรามักชอบพูดว่า “เครียดๆ แบบนี้ เย็นนี้ไปกินบิงซูกันดีกว่า” มีความเป็นไปได้ว่าเราอยากความหวานเพื่อช่วยเติมเต็มความสุขในชีวิต แต่หากเรากินดีอยู่ดีไม่มีความเครียด เราอาจไม่จำเป็นที่จะต้องคอยเติมของหวานลงกระเพาะเลยก็ได้นะคะ

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : ลำไส้ดี ไม่มีโรค

ภาพ : iStock

สาระน่ารู้
- 76 เรื่องของในหลวงที่คุณอาจจะยังไม่รู้ [28 มิถุนายน 2560 14:13 น.]
- โภชนบัญญัติ 9 ประการ [28 มิถุนายน 2560 14:13 น.]
- สุขบัญญัติ 10 ประการ [28 มิถุนายน 2560 14:13 น.]
- วิธีคำนวนหาค่า BMI [28 มิถุนายน 2560 14:13 น.]
- 10 วิธีลดอาการอยากของหวาน สำหรับลดความอ้วน [28 มิถุนายน 2560 14:13 น.]
- "ความดันสูง" เพชฌฆาตเงียบ ทำลายหัวใจ-สมอง-ไต-ตา-หลอดเลือด [28 มิถุนายน 2560 14:13 น.]
ดูทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1
ในการเลือกทานอาหาร มีผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกาย เราเข้าใจแล้วคำว่า "you are what you is"
ชื่อ : เนาวรัตน์ เลขที่9   E-mail : nawaratj29@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 07:07 น.
IP : 58.11.106.XXX

ความคิดเห็นที่ 2
ป้องกันไม่ให้เกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
ไม่เน้นกินหวาน ของมัน ของทอด
ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
ชื่อ : น.ส.วัฒนภรณ์ ตั้งชะเอม   E-mail : maywtnp23@hotmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:04 น.
IP : 182.232.132.XXX

ความคิดเห็นที่ 3
เคล็ดลับในการช่วยลดความอยากของหวานก็คือ
นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลัง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ชื่อ : พีชังวา วงศ์สุนทร   E-mail : Pattanistadio@hotmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:05 น.
IP : 182.232.129.XXX

ความคิดเห็นที่ 4
การรับประอาหารให้ได้คุณภาพควรไม่รับประทานอาหารตามใจปากมากเกินไปจะทำให้อ้วน
ชื่อ : นางสาว ศิริพร ทองบ่อ เลขที่44    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:05 น.
IP : 49.229.141.XXX

ความคิดเห็นที่ 5
เลือกทานอาหารที่มีกากใยจะช่วยย่อยได้ดีกว่า
กินหวานพอดี 4 กรัม ออกกำลังกายเพื่อเผ่าคราญพลังงานในร่างกาย
ชื่อ : กชกร โพงขุนทด เลขที่ 5    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:07 น.
IP : 182.232.185.XXX

ความคิดเห็นที่ 6
กฎจิงการลดความอ้วนคือไม่กินของหวานอาหารหวานๆ นอกจากจะเป็นโรคอ้วนแล้ว โรคที่ตามมาคือเบาหวานและโรคแทรกซ้อนต่างๆอีกมากมาย
ชื่อ : น.ส.ขวัญชนก ปานสมสวย   E-mail : bowkuss@hotnail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:09 น.
IP : 49.230.20.XXX

ความคิดเห็นที่ 7
พอได้อ่านบทความนี้ จากปกติที่เป็นคนชอบทานเครื่องดื่มจำพวกคาเฟอีนทุกวันรวมถึงขนมหวาน กลับทำให้ตระหนักถึงผลระยะยาวยิ่งขึ้นจากการดื่มและกินอาหาร ว่าควรบริโภคแต่น้อยเพราะเครื่องดื่มและอาหารจำพวกนี้มีทั้งน้ำตาล ไขมัน สูงซึ่งล้วนส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว หากอยากมีสุขภาพที่ดีควรลด ละ หรือบริโภคแต่น้อยในเรื่องเครื่องดื่มและอาหารที่หวานเกินไป หากอยากมีสุขภาพที่ดีก็ควรเริ่มต้นจากการเลือกกิน
ชื่อ : Thanida Lueanloi   E-mail : Tip_vipbigbang@hotmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:10 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 8
การทานอาหารแบบตามใจปากมากเกินไปจะทำให้อ้วน และตามมาด้วยอีกมากมาย เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เส้นเลือดอุดตัน และอื่นๆ อีกมากมาย ฉนั้นเวลาทานของหวานควรทานแต่พอดีไม่ควรทานมากเกินไป
ชื่อ : อัชฉลาวลี วงษ์พระจัทร์ เลขที่53   E-mail : adchalawalee994@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:10 น.
IP : 122.155.42.XXX

ความคิดเห็นที่ 9
การที่เรากินดีอยู่ดีมีความสุขกับชีวิต
เราอาจไม่จำเป็นต้องเติมความหวานลงกระเพาะก็ได้
ชื่อ : น.ส.อารียา หวังชัย   E-mail : Ple37421@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:11 น.
IP : 1.47.14.XXX

ความคิดเห็นที่ 10
การรับประอาหารทำให้อ้วนหรือมีผลกระทบต่อร่างกายท่าเราไม่ออกกำลังก็อาจจะทำให้ร่างกายอ่อนเพรียได้ง่าย
ชื่อ : จันธิมา ทาเสียง เลขที่11 รหัส6031011   E-mail : Janthasiang@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:11 น.
IP : 182.232.220.XXX

ความคิดเห็นที่ 11
การเลือกทานอาหารที่มีผลกระทบต่อร่างกายหรือทำให้เกิดความอ้วน การที่เรารับประทานของหวานมากๆทำให้เกิดโรคอ้วนได้ดังนั้นเราจึงลดของหวานเพื่อไม่ให้เกิดความอ้วนนั้นเอง การที่เราจะลดของหวานได้นั้นยากพอสมควรมันต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเองจริงๆ ถ้าใครที่ติดของหวานมากควรหลีกเลี่ยงใน10ขั้นตอนดังกล่าวไว้เช่นลดหรือเลิกพวกที่มีคาเฟอีน รับประทานผักที่มีรสหวาน นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้สะอาดและเพียงพอต่อวันเป็นต้น อาจจะช่วยเราได้ไม่มากแต่ถ้าทำต่อไปเรื่อยๆจนเป็นนิสัย เราอาจจะหลีกเลี่ยงของหวานทำให้เกิดโรคอ้วนได้
ชื่อ : นิตยา เลขที่25   E-mail : bellata2424@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:12 น.
IP : 1.46.9.XXX

ความคิดเห็นที่ 12
กฏข้อแรกๆในการลดความอ้วยเลยก็คือการลดของหวาน
ผู้คนชอบคิดว่าการทานของหวานจะช่วยให้คลายเคลียด แต่จากการอ่านครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่า มีอีกหลายอย่างที่ช่วยให้เราลดความเครียดได้โดยไม่ต้องแค่อาศัยการกินของหวาน ที่มีผลกระทบต่อร่างกายที่นำมาซึ้งความอ้วน และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ข้อคิดเลยลดหวานก็ลดอ้วนได้ #แต่ห้ามใจหน่อยเพราะมันยากจัง555
ชื่อ : น.ส.กรรณนิกา จันทวงษ์ มิ้งค์ เลขที่7   E-mail : mingkjbb@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:12 น.
IP : 223.24.34.XXX

ความคิดเห็นที่ 13
ส่วนใหญ่ขนมหวานที่อร่อยมักจะเป็นศัตรูของการมีสุขภาพที่ดี อาหารพวกนี้จะเปลี่ยนเป็นไขมันและน้ำตาลไปเกาะอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายทำให้อ้วนไม่พอยังทำให้เกิดโรคต่างๆอีกมากมายตามมา ของหวานทานได้ ทานแต่น้อย ดูแลตัวเองให้เป็น เพื่อสุขภาพที่ดีในวันข้างหน้าค่ะ:w:
ชื่อ : น.ส.วันวิสาข์ พ่อค้าช้าง เลขที่43   E-mail : Catza_56876@hotmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:13 น.
IP : 49.230.197.XXX

ความคิดเห็นที่ 14
รับประทานผักและผลไม้แทนการรับประทานของหวาน ดืมน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย อย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์
ชื่อ : ณัฏฐณิชา ชัยชนะ   E-mail : nycharr@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:14 น.
IP : 49.229.75.XXX

ความคิดเห็นที่ 15
การับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม และมีประโยชน์จะทำให้เราห่างไกลจากโรคเบาหวานและโรคอ้วน
ชื่อ : วรรณภา   E-mail : tatayada@outlook.co.th    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:15 น.
IP : 27.55.169.XXX

ความคิดเห็นที่ 16
การกินของหวานมากๆทำให้อ้วนได้น่ะ เเต่ก้ต้องกินผักผลไม้ออกกำลังกายเเละดื่มน้ำ..กับพักผ่อนให้เพียงพอ
ชื่อ : น.ส. จีรยา ทองชุม เลขที่13. รหัสนักศึกษา 6031013   E-mail : Jeeraya_0424@hotmail.co.th    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:17 น.
IP : 223.24.125.XXX

ความคิดเห็นที่ 17
เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ชื่อ : น.ส.นฤเนตร สุวรรณภาชน์ เลขที่23    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:17 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 18
การลดน้ำหนัก ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร แต่เพียงแค่รู้จักเลือกและจำกัดปริมาณอาหารที่รับประทานแต่ละมื้อ ให้ได้สัดส่วนในปริมาณที่พอเหมาะ :r:
ชื่อ : นางสาวดาราวรรณ เสาวนิจ   E-mail : Arunocha2541@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:17 น.
IP : 1.47.132.XXX

ความคิดเห็นที่ 19
ดูแลหุ่นและสุขภาพที่ดี ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยให้มีสุขภาพมี่ดีแข็งแรง
ชื่อ : กนกวรรณ เลขที่6    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:18 น.
IP : 27.55.92.XXX

ความคิดเห็นที่ 20
ของหวานนั้นเป็นสิ่งใครหลายๆคนชื่นชอบ แต่ก็ต้องแลกมากับโรคต่างๆไขมัน ความอ้วน ถ้ารู้ไม่จักพอประมาณในการกิน ดังนั้นวิธีที่ช่วยคือ กินน้อยแต่พอตัว รู้จักออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนของเรา ร่างกายได้แข็งแรง ไม่เสี่ยงต่อโรคในอนาคต :hh:
ชื่อ : จารุกิตติ์ พรหมขวัญ   E-mail : Prozeromax@hotmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:18 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 21
เคล็ดลับ ในการลดน้ำหนัก คือรับประทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลแต่พอเหมาะ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ชื่อ : นส.จตุพร สามหมอ เลขที่10   E-mail : jatuporn2857@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:18 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 22
การกินอาหารที่มีรสหวาน ทุกคนก็รู้ว่าจะทำให้อ้วน และมีโรคต่างๆตามมา แต่จะเลิกจะหักโหมใจตนเองคงจะอยาก แต่เราควรรู้วิธีการดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายให้ถูกวิธี ควบคุมอาหาร พักผ่อนให้เพียง เพื่อให้เป็นผลดีกับตัวเราเอง
ชื่อ : อรพรรณ เลขที่50    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:19 น.
IP : 223.24.60.XXX

ความคิดเห็นที่ 23
การลดความอ้วนที่ดีควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรทานอาหารตามใจปากและออกกำลังกาย
ชื่อ : นส.พรพิมล จันทะคัด    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:19 น.
IP : 49.229.141.XXX

ความคิดเห็นที่ 24
10 วิธีลดความอยากของหวาน
ชื่อ : ชไมพร แก่นจันทร์   E-mail : abinter5817@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:19 น.
IP : 182.232.102.XXX

ความคิดเห็นที่ 25
:^_^: นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และรู้จักผ่อนคลาย :bb:
ชื่อ : น.ส. นนธิญา จำนงกิจ เลขที่22   E-mail : niceky2101@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:19 น.
IP : 182.232.11.XXX

ความคิดเห็นที่ 26
ทำไม่ได้ ที่ทำไม่ได้เพราะไม่ได้ชอบกินของหวานแต่มันก็อ้วน555
กินอะไรก็อ้วนไปหมด555

#**** ความเครียดทำให้เราอยากของหวาน ดังนั้นเราเลยกินของหวานเพื่อให้เรามีความสุขและรู้สึกดีขึ้น
การกินในประมาณที่พอเหมาะพอควรเป็นผลดีกับร่างกายและสุขภาพ แต่หากกินมากเกินไปก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายเราเหมือนกัน ดังนั้น เวลากินเราควรคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ที่ได้รับ และเลือกที่จะทานน้ำเปล่าเข้าไปเยอะๆ แทน และออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เพื่อไม่ให้ความอ้านมาหาเรา
ชื่อ : น.ส ขวัญนภา ลาภบังเกิด เลขที่ 9. ID 6031009   E-mail : Khannapa_17@hotmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:21 น.
IP : 182.232.242.XXX

ความคิดเห็นที่ 27
ลดละ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ งดขนมหวาน เปลี่ยนมาทานผักผลไม้ที่มีรสหวานแทนน้ำตาลแทน:w:
ชื่อ : วรรณนิดา จันทร์ดำ เลขที่56   E-mail : dalisybiby2535@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:21 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 28
ถ้าจะลดของหวานหรือน้ำหนักเราทุกคนต้องมีความอดทนมีวินัยและตั้งใจจริงๆ
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ดื่มน้ำมากๆ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ชื่อ : น.ส.ณัฐกุล พลอยปฐม เลขที่ 17 (เรส)   E-mail : Paerest@hotmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:22 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 29
การลดความอ้วนที่ดีควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรทานอาหารตามใจปากและออกกำลังกาย
ชื่อ : นส.พรพิมล จันทะคัด เลขที่31 รหัส 6031031    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:22 น.
IP : 49.229.141.XXX

ความคิดเห็นที่ 30
ต้องทานน้ำให้มากและกินพักที่มีความหวานในตัวแทนการกินขนมหรืออาหารปรุงแต่งที่มีความหวาน ทานอาหารแต่พออิ่มไม่กินมากจนเกินไป และควรออกกำลังกายเป็นประจำ คนที่มีความเเครียดหรือภาวะเครียดเกิดจากการขาดน้ำ เลยอยากกินแต่ของหวานเพื่อคลายเครียดแทน การที่อยากกินแต่ของหวานเกิดจากร่ายการของเราขาดน้ำ ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำให้มากหรือพอเพียงตามร่างกายที่ต้องการ จะรู้สึกผ่อนคลาย อาการเครียดจะลดลงค
ชื่อ : น.ส วันเพ็ญ เที่ยงธรรม เลขที่42   E-mail : Puwanpen28122536@hotmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:23 น.
IP : 182.232.110.XXX

ความคิดเห็นที่ 31
กินผักที่มีรสชาติหวาน จะช่วยลดอาการอยากของหวานได้
ชื่อ : จิราภรณ์ ย้อยดา เลขที่12   E-mail : nut-9532@hotmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:24 น.
IP : 182.232.67.XXX

ความคิดเห็นที่ 32
ตวรลดหรือเลิกอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีกาแฟอีน หรือของหวานที่มีน้ำตาลมาก เพราะสิ่งเหล่านี้จะไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด สิ่งที่ควรรับประทานคือผักผลไม้ และควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มากๆ
ชื่อ : พัชรี มีสัตย์ เลขที่ 71   E-mail : Patcharee.love17@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:24 น.
IP : 182.232.167.XXX

ความคิดเห็นที่ 33
การลดความอ้วนที่ดีคือการออกกำลังกายเป็นประจำและดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน
ชื่อ : น.ส. อรวรรณ สุวรรณมาลี เลขที่ 51   E-mail : osuwanmalee@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:25 น.
IP : 1.47.175.XXX

ความคิดเห็นที่ 34
ถ้าจะลดน้ำต้องทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานอาหารให้ครบ5หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ชื่อ : นายลัทธพล พุ่มโรจน์ เลขที่2 (อาร์ม)    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:26 น.
IP : 1.46.140.XXX

ความคิดเห็นที่ 35
ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักและผลไม้ต่างๆ ลดอาหารที่มีไขมัน ไม่อดอาหารแต่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ เหลี่ยงอาหารที่ผ่านกรรมวิธี ที่มีสารเคมี น้ำตาลสูง ลองใช้เครื่องเทศในการปลุงอาหารจะทำให้อาหารมีรสชาติหวานอย่างเป็นธรรมชาติ
ชื่อ : นส.ลลิดา พันธ์เจริญ   E-mail : 0615961733j@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:26 น.
IP : 14.207.179.246, 119.81.80.XXX

ความคิดเห็นที่ 36
ใครก็รู้อยู่แล้วว่าของหวานทำให้เกิดโรคอ้วน
เราควรหลีกเลี่ยงและปฏิบัติให้ถูกต้อง
ลดการกินแฟอีน
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ทานผัก
ควรเลิกกินผลิตภัณฑ์จำพวกไขมัน
นอนหลับให้เพียงพอ
เพิ่มความกระฉับกระเฉงให้ร่างกายด้วยการออกกำลังกาย
และกลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน
ชื่อ : น.ส.ปฏิญาพร นาแสวง เลขที่26   E-mail : giftpooh-17@hotmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:30 น.
IP : 49.230.24.XXX

ความคิดเห็นที่ 37
นางสาวสุทธิดา โชคคำพูน ริน เลขที่46

สรุป วิธีลดอาการอยากของหวานสำหรับการลดความอ้วน

การลดความอ้วนคือ การลดการทานของหวาน หากเผลอตัวเผลอใจทานเข้าไปมากๆนอกจากมันจะลงมากองอยู่ที่ พุง ต้นแขน ต้นขาแล้ว ยังก่อให้เกิดโรคอีกมากมาย เช่นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เส้นเลือดอุดตันและโรคอีกมากมาย แต่เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นเราต้องทำ
1.ลดหรือเลิกกาเฟอีน
2.ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน
3.กินผักที่รสหวานเป็นประจำ เช่นหัวหอม แครอท ฝักทอง มันหวาน
4.หลีกเลี่ยงอาหารผ่านกรรมวิธี อาหารที่มีสารเคมีและน้ำตาลสูง
5.เพิ่มความกระฉับกระเฉงให้ร่างกายด้วยการออกกำลังกาย
6.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
7.พิจารณาปริมาณเนื้อสัตว์ที่ทานอยู่ประจำ
8.ควรเลิกกินผลิตภัณฑ์จำพวกปราศจากไขมัน
9.ลองใช้เครื่องเทศต่างๆในเครื่องปรุงอาหาร
10.ฝึกใช้ชีวิตให้ช้าลง

ข้อสุดท้ายนี้ ต้องลองพิจารณาตัวเองดีๆหากเรากินดีอยู่ดีไม่มีความเครียดเราอาจไม่จำเป็นต้องคอยเติมของหวานลงกระเพาะเลย
ชื่อ : นางสาวสุทธิดา โชคคำพูน   E-mail : chokkamphoon@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:30 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 38
กินให้ครบ5หมู่ ออกกำลังให้เหมาะสม ไม่เครียด ทำให้สุขภาพกายและใจดี
:ss::l::h::r::)
ชื่อ : อุไรพร หินอ่อน ลาเบล เลขที่ 55   E-mail : Belle_belle@outlook.co.th    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:30 น.
IP : 1.46.40.XXX

ความคิดเห็นที่ 39
เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ชื่อ : นายอดิศักดิ์ ปราบแทน เลขที่ 4 (เจ)    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:32 น.
IP : 49.237.199.XXX

ความคิดเห็นที่ 40
เลือกทานอาหารที่มีคุณภาพดีต่อร่างกายเช่นผักผลไม้และออกกำลังกายสม่ำเสมอดื่มน้ำเยอะๆพักผ่อนให้เพียงพอ
ชื่อ : น.ส. วนิดา ไทยสม (สนุ๊ก) เลขที่67    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:35 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 41
10 วิธีลดอาการอยากของหวาน สำหรับลดความอ้วน

กฎข้อแรกๆ ของการลดความอ้วนที่ใครๆ ต่างก็ทราบดี คือการลดการทานของหวาน หากเราเผลอตัวเผลอใจทานเข้าไปมากๆ นอกจากมันจะลงมากองอยู่ที่พุง ต้นขา ต้นแขน แล้ว ยังก่อให้เกิดโรคอีกมากมาย เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เส้นเลือดอุดตัน และอื่นๆ อีกมากมาย
เพราะฉะนั้น ถ้าใครรู้ตัวว่าชอบของหวานมากจนไม่สามารถหักห้ามใจได้ มาอ่านเคล็ดลับช่วยลดความอยากของหวานกันเถอะ ท่องไว้ว่า ถูกปากแต่อาจไม่ถูกใจ แต่เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น เราต้องทำ!
 
1. ลดหรือเลิกกาเฟอีน
2.  ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน บางครั้งการอยากกินหวานเป็นสัญญาณหนึ่งที่บอกว่า ร่างกายกำลังขาดน้ำ ให้ลองดื่มน้ำเปล่าสักแก้ว (อาจผสมน้ำมะนาวสด หรือน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลประมาณ 1 ช้อนชา) แล้วรอสักครู่ เพื่อดูว่ายังอยากกินของหวานอยู่ไหม
3.  กินผักที่มีรสหวานเป็นประจำ เช่น หัวหอม แครอท ฟักทอง มันหวาน การกินผักที่มีรสหวานเป็นประจำจะช่วยลดความอยากของหวานได้ 
4. หลีกเลี่ยงอาหารผ่านกรรมวิธี อาหารที่มีสารเคมี และน้ำตาลสูง
5.  เพิ่มความกระฉับกระเฉงให้ร่างกายด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ อาจเริ่มด้วยกิจกรรมง่ายๆ เช่น เดิน หรือฝึกโยคะ เริ่มต้นในระยะเวลาสั้นๆ เช่น 15 นาที ช่วยลดการกินของหวานเพื่อคลายเครียด 
6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และรู้จักผ่อนคลาย
7.  พิจารณาปริมาณเนื้อสัตว์ที่ทานอยู่เป็นประจำ การทานเนื้อสัตว์มากเกินไป หรือน้อยเกินไป
8.  ควรเลิกกินผลิตภัณฑ์จำพวกปราศจากไขมัน หรือไขมันต่ำ
9.  ลองใช้เครื่องเทศต่างๆ ในการปรุงอาหาร เครื่องเทศบางชนิด เช่น อบเชย ลูกจันทน์เทศ ลูกกระวาน
10. ฝึกใช้ชีวิตให้ช้าลง และเติมความหวานในชีวิตด้วยสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร ลองพิจารณาดูด้านต่างๆ ของชีวิตว่าคุณรู้สึกเติมเต็ม หรือขาดหายไปไหม เมื่อชีวิตคุณหวานชื่นขึ้น อาการอยากของหวานจะหายไป
 
ข้อสุดท้ายนี้น่าสนใจ ต้องลองพิจารณาตัวเองดีๆ ว่าเราอยากของหวาน เพราะชีวิตของเราขาดความสุข ความหวานชื่น ความสดใสกระปรี้กระเปร่าในชีวิตหรือเปล่า อย่างเพื่อนๆ รอบตัวของเรามักชอบพูดว่า “เครียดๆ แบบนี้ เย็นนี้ไปกินบิงซูกันดีกว่า” มีความเป็นไปได้ว่าเราอยากความหวานเพื่อช่วยเติมเต็มความสุขในชีวิต แต่หากเรากินดีอยู่ดีไม่มีความเครียด เราอาจไม่จำเป็นที่จะต้องคอยเติมของหวานลงกระเพาะเลยก็ได้นะคะ
ชื่อ : ปนิดา สมสอาด    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:40 น.
IP : 182.232.0.XXX

ความคิดเห็นที่ 42
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ
ชื่อ : นายวีระชัย. มะโนรัตน์ เลขที่3   E-mail : Bosssamoii1998@hotmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:43 น.
IP : 182.232.245.XXX

ความคิดเห็นที่ 43
ไม่กินของหวานอาหารหวานๆ
ออกกำลังกายบ่อยๆ
จะเป็นโรคอ้วน
โรคที่ตามมาคือเบาหวานและโรคแทรกซ้อนต่างๆอีกมาก
ชื่อ : น.ส.กิตติมา ปัตถาพันธ์ (ปาย) เลขที่8   E-mail : Kittima25402539@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 11:43 น.
IP : 182.232.26.XXX

ความคิดเห็นที่ 44
พักผ่อนให้เพียงพอดื่มน้ำสอาดให้มากๆ
ชื่อ : สุธินันท์ ขาวลา เลขที่66 รุ่น31/60   E-mail : nawaratj29@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 13:41 น.
IP : 182.232.109.XXX

ความคิดเห็นที่ 45
การลดความเสี่ยง คือพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ชื่อ : ณัฐวุฒิ โนรี   E-mail : may_nuttawut@hotmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 20:47 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 46
ควรพักผ่อนให้เพียงพอออกกำลังกายให้สม่ำเสมอรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ชื่อ : นางสาวมุกดา ไชยเขียว เลขที่33   E-mail : nmmch16@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 20:51 น.
IP : 182.232.162.XXX

ความคิดเห็นที่ 47
ควรพักผ่อนให้เพียงพอออกกำลังกายให้สม่ำเสมอรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ชื่อ : นางสาวมุกดา ไชยเขียว เลขที่33   E-mail : nmmch16@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 20:51 น.
IP : 182.232.162.XXX

ความคิดเห็นที่ 48
สาระน่ารู้ นำไปใช้ได้จริง
แค่ลดการกินหวาน ควบคุมปริมาณอาหารไม่ให้เกินขนาด
:r:

เพราะฉะนั้น ถ้าใครรู้ตัวว่าชอบของหวานมากจนไม่สามารถหักห้ามใจได้ มาอ่านเคล็ดลับช่วยลดความอยากของหวานกันเถอะ
ชื่อ : สุจิตรา. ดอกขาวรัมย์ เลขที่ 69   E-mail : muy.suchitta@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 21:01 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 49
นางสาว วชิราพรรณ สุราช เลขที่37
ของการลดความอ้วนคือการลดการทานของหวาน ศัตรูตัวฉกาจของร่างกายที่ความอร่อยสวนทางกับประโยชน์ที่ได้รับ หากเราเผลอตัวเผลอในทานเข้าไปมากๆ นอกจากมันจะลงมากองอยู่ที่พุง ต้นขา ต้นแขน แล้ว ยังก่อให้เกิดโรคอีกมากมาย เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เส้นเลือดอุดตันและอื่นๆอีกมากมาย เช่น
1.ลดหรือเลิกกาเฟอีน ซึ่งมีผลต่อระดับน้ำในเลือด และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณอยากกินของหวาน
2.ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน บางครั้งการอยากกินหวานเป็นสัญญาณหนึ่งที่บอกว่า ร่างกายกำลังขาดน้ำ ให้ลองดื่มน้ำเปล่าสักแก้ว (อาจผสมน้ำมะนาวสด หรือน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลประมาณ 1 ช้อนชา) แล้วรอสักครู่ เพื่อดูว่ายังอยากกินของหวานอยู่หรือไม่ นอกจากนี้การดื่มน้ำสะอาดปริมาณเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ ยังช่วยลำไส้กำจัดแบคทีเรียชนิดไม่ดีออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
3.กินผักที่มีรสหวานเป็นประจำ เช่น หัวหอม แครอท ฟักทอง มันหวาน แม้กระทั่งหัวไชเท้า เมื่อต้มในน้ำซุปยังมีรสหวาน การกินผักที่มีรสหวานเป็นประจำจะช่วยลดความอยากของหวานได้
4.หลีกเลี่ยงอาหารผ่านกรรมวิธี อาหารที่มีสารเคมี และน้ำตาลสูง รวมถึงสารให้ความหวานแทนน้ำตาลอื่นๆ ด้วย
5.เพิ่มความกระฉับกระเฉงให้ร่างกายด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ อาจเริ่มด้วยกิจกรรมง่ายๆ เช่น เดิน หรือฝึกโยคะ เริ่มต้นในระยะเวลาสั้นๆ เช่น 15 นาที แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มเวลา การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยรักษาสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด และเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า จึงมีส่วนช่วยลดการกินของหวานเพื่อคลายเครียด
ชื่อ : วชิราพรรณ สุราช   E-mail : por9448@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 21:16 น.
IP : 49.229.111.XXX

ความคิดเห็นที่ 50
ไม่ควรกินอาหาร ที่มีสวนผสมของน้ำตาลมาก และควรออกกำลังกายเป็นประจำจะได้ไม่มีโรคที่ตามมา
ชื่อ : น.ส. จารุวรรณ ปัดป้อง เลขที่ 70   E-mail : jaruwan_089@windowsliove.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 21:23 น.
IP : 49.230.18.XXX

ความคิดเห็นที่ 51
ไม่ควรกินอาหาร ที่มีสวนผสมของน้ำตาลมาก และควรออกกำลังกายเป็นประจำจะได้ไม่มีโรคที่ตามมา
ชื่อ : น.ส. จารุวรรณ ปัดป้อง เลขที่ 70   E-mail : jaruwan_089@windowsliove.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 21:24 น.
IP : 49.230.18.XXX

ความคิดเห็นที่ 52
ถ้าจะลดของหวานหรือน้ำหนักเราทุกคนต้องมีความอดทนมีวินัยและตั้งใจจริงๆรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ดื่มน้ำมากๆ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอการับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม และมีประโยชน์จะทำให้เราห่างไกลจากโรคเบาหวานและโรคอ้วน
ชื่อ : ปิ่นชุฎา ภูพันธ์ เลขที่29   E-mail : pinnunajaa@gmil.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 21:30 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 53
ลดแป้ง ลดน้ำตาล ทานเป็นเวลา พร้อมกันกับหาเวลาออกกำลังกายค่ะ พูดง่าย แต่ทำยากเนอะ ถ้าตั้งใจจริง ทำได้แน่นอนค่ะ
ชื่อ : น.ส.ชัชฎา แจ่มเมือง   E-mail : piaw0943288003@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 21:33 น.
IP : 49.229.94.XXX

ความคิดเห็นที่ 54
ศัตรูตัวฉกาจของร่างกาย คือ ของหวาน เราควรลดละเลิก ยิ่งคาเฟอีน ซึ่งมีผลต่อระดับน้ำในเลือด และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณอยากกินของหวาน ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน กินผักที่มีรสหวานเป็นประจำ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และรู้จักผ่อนคลาย
ชื่อ : ณัฏฐธิดา วงค์เวียน 18   E-mail : Jandy_mammy@hotmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 21:48 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 55
รับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเข้าไป ร่างกายทำการจะย่อยคาร์โบไฮเดรตนั้นเป็นน้ำตาลกลูโคส และดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดไปเป็นนำไปใช้เป็นพลังงานให้ส่วนต่างๆ ในร่างกายต่อไป อาหารแต่ละชนิดนั้นใช้เวลาในการย่อยจากคาร์โบไฮเดรตไปเป็นน้ำตาลต่างกัน
ชื่อ : น.ส.เจษฎาภรณ์ กองแก้ว   E-mail : yuyi_love_bodyslam@hotmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 21:49 น.
IP : 49.229.94.XXX

ความคิดเห็นที่ 56
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอ้วน
เกิดจากการได้รับพลังงานที่มากจนเกินไป และเมื่อร่างกายได้รับพลังงานที่มากจนเกินไปก็อาจจะทำให้ร่างกายเกิดการสะสมพลังงานในรูปของไขมัน จนทำให้เกิดความอ้วนตามมา

ชื่อ : น.ส.อริสา ไพโรจน์ภูษณะ   E-mail : jacj19551@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 22:08 น.
IP : 1.47.3.XXX

ความคิดเห็นที่ 57
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ คนที่ไม่ค่อยกินข้าวในคาร์โปไฮเดรต(carbohydrates) แต่กลับไปกินขนมแทนนั้น ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะกินของที่ให้แคลร่ต่ำๆ ตรงกันข้าม ร่างกายกลับได้รับแคลร่เข้าไปมากกว่าเดิม สุดท้ายการลดความอ้วนครั้งนี้ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าเลยค่ะ คนที่ยังเลิกกินขนมหวานไม่ได้นะค่ะ ไม่ต้องอดอาหาร ให้กินอาหารจนอิ่มตามปกติก่อน จากนั้นเราถึงจะรู้ว่าความหิวระหว่างมื้ออยู่ตัวแล้วหรือไม่ค่ะ
ชื่อ : น.ส. รุจิรา โสคำภา 35   E-mail : rujira140935@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 22:15 น.
IP : 27.55.66.XXX

ความคิดเห็นที่ 58
การลดการทานของหวาน ศัตรูตัวฉกาจของร่างกายที่ความอร่อยสวนทางกับประโยชน์ที่ได้รับ หากเราเผลอตัวเผลอในทานเข้าไปมากๆ นอกจากมันจะลงมากองอยู่ที่พุง ต้นขา ต้นแขน แล้ว ยังก่อให้เกิดโรคอีกมากมาย เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เส้นเลือดอุดตัน และอื่นๆ อีกมากมาย

1.ลดหรือเลิกกาเฟอีน ซึ่งมีผลต่อระดับน้ำในเลือด และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณอยากกินของหวาน

2.ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน บางครั้งการอยากกินหวานเป็นสัญญาณหนึ่งที่บอกว่า ร่างกายกำลังขาดน้ำ ให้ลองดื่มน้ำเปล่าสักแก้ว (อาจผสมน้ำมะนาวสด หรือน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลประมาณ 1 ช้อนชา) แล้วรอสักครู่ เพื่อดูว่ายังอยากกินของหวานอยู่หรือไม่ นอกจากนี้การดื่มน้ำสะอาดปริมาณเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ ยังช่วยลำไส้กำจัดแบคทีเรียชนิดไม่ดีออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

3.กินผักที่มีรสหวานเป็นประจำ เช่น หัวหอม แครอท ฟักทอง มันหวาน แม้กระทั่งหัวไชเท้า เมื่อต้มในน้ำซุปยังมีรสหวาน การกินผักที่มีรสหวานเป็นประจำจะช่วยลดความอยากของหวานได้

4.หลีกเลี่ยงอาหารผ่านกรรมวิธี อาหารที่มีสารเคมี และน้ำตาลสูง รวมถึงสารให้ความหวานแทนน้ำตาลอื่นๆ ด้วย

5.เพิ่มความกระฉับกระเฉงให้ร่างกายด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ อาจเริ่มด้วยกิจกรรมง่ายๆ เช่น เดิน หรือฝึกโยคะ เริ่มต้นในระยะเวลาสั้นๆ เช่น 15 นาที แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มเวลา การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยรักษาสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด และเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า จึงมีส่วนช่วยลดการกินของหวานเพื่อคลายเครียด
6.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และรู้จักผ่อนคลาย คนส่วนใหญ่มักใช้น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานที่เร่งด่วน โดยเฉพาะในยามที่รู้สึกเครียด อ่อนล้า หรือขาดพลังงานทั้งร่างกาย และจิตใจ ดังนั้นหากคุณเป็นคนติดหวาน ให้ลองถามตัวเองว่าอดนอน หรือมีความเครียดหรือไม่

7.พิจารณาปริมาณเนื้อสัตว์ที่ทานอยู่เป็นประจำ การทานเนื้อสัตว์มากเกินไป หรือน้อยเกินไป ทำให้เกิดการอยากของหวานได้ หมั่นสังเกต และปรับหาปริมาณที่สมดุล

8.ควรเลิกกินผลิตภัณฑ์จำพวกปราศจากไขมัน หรือไขมันต่ำ เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักมีปริมาณน้ำตาลสูง เพื่อทดแทนรสชาติ และไขมันที่หายไป

9.ลองใช้เครื่องเทศต่างๆ ในการปรุงอาหาร เครื่องเทศบางชนิด เช่น อบเชย ลูกจันทน์เทศ ลูกกระวาน หรือการพลู ช่วยทำให้อาหารมีรสหวานขึ้นโดยธรรมชาติ

10.ฝึกใช้ชีวิตให้ช้าลง และเติมความหวานในชีวิตด้วยสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร ลองพิจารณาดูด้านต่างๆ ของชีวิตว่าคุณรู้สึกเติมเต็ม หรือขาดหายไปไหม เมื่อชีวิตคุณหวานชื่นขึ้น อาการอยากของหวานจะหายไป
ชื่อ : นางสาว กัณฐมณี คูณค้ำ เลขที่ 60   E-mail : cheerza473@gmail.com    วันที่ : 19 กันยายน 2560 23:09 น.
IP : 1.46.237.XXX

ความคิดเห็นที่ 59
การลดความอ้วนที่ถูกต้อง จะต้องเป็นการลดไขมันในร่างกายลง มิใช่ลดปริมาณนํ้าดัง ที่เข้าใจกันในสถานที่ลดความอ้วนทั่วไป โดยการอบความร้อนให้เหงื่อออก หลังจากนั้นเมื่อดื่มนํ้าเข้าไปใหม่ นํ้าหนักตัวก็จะเพิ่มขึ้นเท่าเดิม จึงเป็นการลดชั่วคราวเท่านั้น การลดน้ำหนักอย่างถาวร จะต้องเป็นการลดไขมันแต่อย่างเดียว
ชื่อ : น.สพรธิตรา นราพงษ์ (แพมมี่) 30    วันที่ : 20 กันยายน 2560 06:32 น.
IP : 49.229.134.XXX

ความคิดเห็นที่ 60
วิธีลดการอยากอาหาร
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และรู้จักผ่อนคลาย คนส่วนใหญ่มักใช้น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานที่เร่งด่วน โดยเฉพาะในยามที่รู้สึกเครียด อ่อนล้า หรือขาดพลังงานทั้งร่างกาย และจิตใจ ดังนั้นหากคุณเป็นคนติดหวาน ให้ลองถามตัวเองว่าอดนอน หรือมีความเครียดหรือไม่
และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารให้ครอบ5 หมู่
ชื่อ : น.ส ทิพวัลย์ หงษ์ไชยคำ เลขที่21    วันที่ : 20 กันยายน 2560 08:08 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 61
ของการลดความอ้วนที่ใครๆ ต่างก็ทราบดี คือการลดการทานของหวาน ศัตรูตัวฉกาจของร่างกายที่ความอร่อยสวนทางกับประโยชน์ที่ได้รับ หากเราเผลอตัวเผลอในทานเข้าไปมากๆ นอกจากมันจะลงมากองอยู่ที่พุง ต้นขา ต้นแขน แล้ว ยังก่อให้เกิดโรคอีกมากมาย เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เส้นเลือดอุดตัน และอื่นๆ อีกมากมาย

เพราะฉะนั้น ถ้าใครรู้ตัวว่าชอบของหวานมากจนไม่สามารถหักห้ามใจได้ มาอ่านเคล็ดลับช่วยลดความอยากของหวานกันเถอะ ท่องไว้ว่า ถูกปากแต่อาจไม่ถูกใจ แต่เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น เราต้องทำ!



ลดหรือเลิกกาเฟอีน ซึ่งมีผลต่อระดับน้ำในเลือด และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณอยากกินของหวาน

ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน บางครั้งการอยากกินหวานเป็นสัญญาณหนึ่งที่บอกว่า ร่างกายกำลังขาดน้ำ ให้ลองดื่มน้ำเปล่าสักแก้ว (อาจผสมน้ำมะนาวสด หรือน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลประมาณ 1 ช้อนชา) แล้วรอสักครู่ เพื่อดูว่ายังอยากกินของหวานอยู่หรือไม่ นอกจากนี้การดื่มน้ำสะอาดปริมาณเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ ยังช่วยลำไส้กำจัดแบคทีเรียชนิดไม่ดีออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

กินผักที่มีรสหวานเป็นประจำ เช่น หัวหอม แครอท ฟักทอง มันหวาน แม้กระทั่งหัวไชเท้า เมื่อต้มในน้ำซุปยังมีรสหวาน การกินผักที่มีรสหวานเป็นประจำจะช่วยลดความอยากของหวานได้

หลีกเลี่ยงอาหารผ่านกรรมวิธี อาหารที่มีสารเคมี และน้ำตาลสูง รวมถึงสารให้ความหวานแทนน้ำตาลอื่นๆ ด้วย

เพิ่มความกระฉับกระเฉงให้ร่างกายด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ อาจเริ่มด้วยกิจกรรมง่ายๆ เช่น เดิน หรือฝึกโยคะ เริ่มต้นในระยะเวลาสั้นๆ เช่น 15 นาที แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มเวลา การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยรักษาสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด และเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า จึงมีส่วนช่วยลดการกินของหวานเพื่อคลายเครียด






นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และรู้จักผ่อนคลาย คนส่วนใหญ่มักใช้น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานที่เร่งด่วน โดยเฉพาะในยามที่รู้สึกเครียด อ่อนล้า หรือขาดพลังงานทั้งร่างกาย และจิตใจ ดังนั้นหากคุณเป็นคนติดหวาน ให้ลองถามตัวเองว่าอดนอน หรือมีความเครียดหรือไม่

พิจารณาปริมาณเนื้อสัตว์ที่ทานอยู่เป็นประจำ การทานเนื้อสัตว์มากเกินไป หรือน้อยเกินไป ทำให้เกิดการอยากของหวานได้ หมั่นสังเกต และปรับหาปริมาณที่สมดุล

ควรเลิกกินผลิตภัณฑ์จำพวกปราศจากไขมัน หรือไขมันต่ำ เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักมีปริมาณน้ำตาลสูง เพื่อทดแทนรสชาติ และไขมันที่หายไป

ลองใช้เครื่องเทศต่างๆ ในการปรุงอาหาร เครื่องเทศบางชนิด เช่น อบเชย ลูกจันทน์เทศ ลูกกระวาน หรือการพลู ช่วยทำให้อาหารมีรสหวานขึ้นโดยธรรมชาติ

ฝึกใช้ชีวิตให้ช้าลง และเติมความหวานในชีวิตด้วยสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร ลองพิจารณาดูด้านต่างๆ ของชีวิตว่าคุณรู้สึกเติมเต็ม หรือขาดหายไปไหม เมื่อชีวิตคุณหวานชื่นขึ้น อาการอยากของหวานจะหายไป
ชื่อ : น.ส หนูนาวราธิกุล เลขที่48   E-mail : Chalala678@gmail.com    วันที่ : 20 กันยายน 2560 08:48 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 62

วิธีลดการอยากอาหาร
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และรู้จักผ่อนคลาย คนส่วนใหญ่มักใช้น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานที่เร่งด่วน โดยเฉพาะในยามที่รู้สึกเครียด อ่อนล้า หรือขาดพลังงานทั้งร่างกาย และจิตใจ ดังนั้นหากคุณเป็นคนติดหวาน ให้ลองถามตัวเองว่าอดนอน หรือมีความเครียดหรือไม่
และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารให้ครอบ5 หมู่
ชื่อ : น.สปาลิดา กิ่งภารย์ เลขที่ 28 (เอิน)    วันที่ : 20 กันยายน 2560 09:19 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 63
การลดความอ้วนไม่ควรลดโดยการอดอาหาร แต่ควรออกกำลังกายบ่อยๆ กินผักผลไม้เยอะๆ กินน้ำเยอะๆ นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่
ชื่อ : สุวรรณี เลิศศิริธรรม เลขที่ 47   E-mail : suwannee_levt@hotmail.com    วันที่ : 20 กันยายน 2560 09:57 น.
IP : 14.207.179.246, 119.81.80.XXX

ความคิดเห็นที่ 64
การลดความอ้วนไม่ใช่การกินแต่ของไขมันต่ำเสมอไปเพราะอาหารไขมันต่ำบางอย่างมีน้ำตาลสูงมาแทนรสชาติที่เสียไป
ไม่ควรกินกาเฟอีนเพราะจะกระตุ้นให้อยากกินของหวานเพิ่มขึ้น
ควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์และให้พลังงานต่อร่างกายโดยไม่เป็นโทษต่อเราในระยะยาว
ชื่อ : น.ส.อรดี ศรีมังกร   E-mail : boworadee@hotmail.com    วันที่ : 20 กันยายน 2560 10:02 น.
IP : 27.55.22.XXX

ความคิดเห็นที่ 65
จะเห็นได้ว่าเมื่อเราลดน้ำหนักลงได้ระดับหนึ่งก็จะเกิดผลดีต่อสุขภาพแล้ว การมีสุขภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องลดน้ำหนักจนกระทั่งน้ำหนักเข้าเกณฑ์ปกติขอเพียงลดลง 5-6 กิโลกรัมก็จะเกิดผลดีต่อสุขภาพ ลดมากกว่า 5 กก.จะลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานร้อยละ 50
ลดมากกว่า9 กก.จะลดอัตราการเกิดมะเร็งและโรคหัวใจร้อยละ25และลดอัตราการตายร้อยละ25
ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีอายุเพิ่มขึ้น 3-4 เดือนทุกหนึ่งกิโลกรัมที่ลด
ข้อดีของการลดน้ำหนัก
เหนื่อยง่าย
ปวดหลัง
ปวดข้อ ปวดเข่า
แน่นหน้าอกจากโรคหัวใจ
เหงื่อออก
หายใจไม่อิ่ม
นอนกรน
ความผิดปกติเกี่ยวกับประจำเดือน
กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
เบาหวาน
ชื่อ : เชษฐ์ธิดา สุขเสนา   E-mail : Tee.ao.meesin@hotmail.com    วันที่ : 20 กันยายน 2560 13:35 น.
IP : 27.55.121.XXX

ความคิดเห็นที่ 66
ไม่กินอาหารจุกจิ ควบคุมอาหาร กินอาหารให้ตรงเวลา เลี่ยงการกินอาหารทอด ลดอาหารที่เป็นไขมัน กินอาหารให้ครบ5หมู่ ออกกำลังกายเป็นประจำ ดูแลสุขภาพตัวเอง
ชื่อ : น.ส.มณฑา ผ่องแผ้ว   E-mail : Ing.cz555@gmail.com    วันที่ : 16 ตุลาคม 2560 15:04 น.
IP : 182.232.22.XXX

ความคิดเห็นที่ 67
การลดความอ้วนที่ถูกต้อง จะต้องเป็นการลดไขมันในร่างกายลง มิใช่ลดปริมาณนํ้าดัง ที่เข้าใจกันในสถานที่ลดความอ้วนทั่วไป โดยการอบความร้อนให้เหงื่อออก หลังจากนั้นเมื่อดื่มนํ้าเข้าไปใหม่ นํ้าหนักตัวก็จะเพิ่มขึ้นเท่าเดิม จึงเป็นการลดชั่วคราวเท่านั้น การลดน้ำหนักอย่างถาวร จะต้องเป็นการลดไขมันแต่อย่างเดียว และการออกกำลังกายช่วยลดความอ้วนอีกอย่างที่ได้ผล
ชื่อ : ฉัตรสุดา อินทร์ด้วง 60320015   E-mail : Plengpleng001001@gmail.com    วันที่ : 16 ตุลาคม 2560 15:06 น.
IP : 180.183.104.XXX

ความคิดเห็นที่ 68
-ทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก,ผลไม้ ฯ
-ทานอาหารให้ครบ5หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอไม่หักโหมจนเกิดไป
-งดอาหารที่มีไขมัน,งดแคลอรี่ต่ำ,งดทานจุกจิก,งดดื่มน้ำอัดลม
#การลดน้ำหนักหรือลดความอ้วน=ไม่ใช่การอดอาหาร แต่เป็นการลดการกินอาหารเกินขนาด กินให้พอเหมาะ ไม่เยอะจนเกินไป
ชื่อ : น.ส พิมพ์รพัฐ ศรีหาจักร   E-mail : ploypimrapat0506@gmail.com    วันที่ : 16 ตุลาคม 2560 15:09 น.
IP : 49.230.218.XXX

ความคิดเห็นที่ 69
เคล็ดลับในการช่วยลดความอยากของหวานก็คือ
นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ให้ครบ 5 หมู่
ดื่มน้ำเยอะๆ เน้นผลไม้เพื่อสุขภาพ
ชื่อ : ภัทราวดี สัมพันธะวค์ เลขที่ 6032022   E-mail : rruu4774@gmail.com    วันที่ : 16 ตุลาคม 2560 15:14 น.
IP : 182.232.153.XXX

ความคิดเห็นที่ 70
การลดความอ้วนให้ได้ดีที่สุดอันดับแรกต้องมีวินัยในการกินอาหาร การออกกำลังกายเป็นประจำ เช่นออกกำลังกายสัปดาห์ละ4ครั้ง ออกครั้งละ30นาที การกินผักผลไม้เยอะๆ ห้ามกินแป้งเยอะ หามกินนขมที่มีน้ำตาลเยอะ กินน้ำวันละ3 ลิตร.
ชื่อ : น.ส.อุไรวรรณ สีลาแดง   E-mail : Uraiwan.seeladaeng@gmail.com    วันที่ : 16 ตุลาคม 2560 15:29 น.
IP : 180.183.104.XXX

ความคิดเห็นที่ 71
การลดความอ้วนให้ได้ดีที่สุดอันดับแรกต้องมีวินัยในการกินอาหาร การออกกำลังกายเป็นประจำ เช่นออกกำลังกายสัปดาห์ละ4ครั้ง ออกครั้งละ30นาที การกินผักผลไม้เยอะๆ ห้ามกินแป้งเยอะ หามกินนขมที่มีน้ำตาลเยอะ กินน้ำวันละ3 ลิตร.
ชื่อ : น.ส.อุไรวรรณ สีลาแดง   E-mail : Uraiwan.seeladaeng@gmail.com    วันที่ : 16 ตุลาคม 2560 15:32 น.
IP : 180.183.104.XXX

ความคิดเห็นที่ 72
การทานของหวาน ศัตรูตัวฉกาจของร่างกายที่ความอร่อยสวนทางกับประโยชน์ที่ได้รับ หากเราทานเข้าไปมากๆจะก่อให้เกิดโรคตามมาอีกด้วย เพราะฉะนั้นเราควรหลีกเลี่ยงการทานของหวาน และหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ทานอาหารให้ครบ5หมุ่ ดื่มน้ำให้มากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ
ชื่อ : สมใจ บุบผา 6032028   E-mail : Somjai_jane15@hotmail.com    วันที่ : 17 ตุลาคม 2560 09:12 น.
IP : 223.24.126.XXX

ความคิดเห็นที่ 73
BMI คืออะไร
BMI ย่อมาจากคำว่า Body Mass Index ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัด โดยเอาน้ำหนักของเราตั้ง หารด้วยค่าความสูง ได้เท่าไร ก็มาดูว่าอยู่ในเกณฑ์ไหน ผอมไป, น้ำหนักตัวกำลังดี หรือว่าน้ำหนักตัวเกินมาตราฐานเข้าข่ายอ้วนนั้นเอง
ชื่อ : นางสาว ชนรดี ปรินแคน กิ่ง เลขที่ 52    วันที่ : 24 พฤศจิกายน 2560 09:54 น.
IP : 14.207.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 74
กฎข้อแรกๆ ของการลดความอ้วนที่ใครๆ ต่างก็ทราบดี คือการลดการทานของหวาน ศัตรูตัวฉกาจของร่างกายที่ความอร่อยสวนทางกับประโยชน์ที่ได้รับ หากเราเผลอตัวเผลอในทานเข้าไปมากๆ นอกจากมันจะลงมากองอยู่ที่พุง ต้นขา ต้นแขน แล้ว ยังก่อให้เกิดโรคอีกมากมาย เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เส้นเลือดอุดตัน และอื่นๆ อีกมากมาย เพราะฉะนั้น ถ้าใครรู้ตัวว่าชอบของหวานมากจนไม่สามารถหักห้ามให้ได้ มาอ่านเคล็ดลับช่วยลดความอยากของหวานกันเถอะ ท่องไว้ว่า ถูกปากแต่อาจไม่ถูกใจ แต่เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น เราต้องทำ!
ชื่อ : นางสาวนูรู เจ๊ะหลง   E-mail : nuru_yuyu@hotmail.com    วันที่ : 7 ธันวาคม 2560 11:16 น.
IP : 14.207.176.XXX

ความคิดเห็นที่ 75
กฎข้อแรกๆ ของการลดความอ้วนที่ใครๆ ต่างก็ทราบดี คือการลดการทานของหวาน ศัตรูตัวฉกาจของร่างกายที่ความอร่อยสวนทางกับประโยชน์ที่ได้รับ หากเราเผลอตัวเผลอในทานเข้าไปมากๆ นอกจากมันจะลงมากองอยู่ที่พุง ต้นขา ต้นแขน แล้ว ยังก่อให้เกิดโรคอีกมากมาย เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เส้นเลือดอุดตัน และอื่นๆ อีกมากมาย
เราสามารถลดของหวานได้ ถ้าเราตั้งใจจะทำ
ชื่อ : กันทิมา รุ่งแจ้ง   E-mail : Love_girf@hotmail.com    วันที่ : 19 ธันวาคม 2560 16:40 น.
IP : 180.183.110.XXX

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright 2012 www.aranyarak.com All Right Reserved
Engine by MAKEWEBEASY